หินเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในชีวิตของเรา มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของบ้านของคุณหรือสวนหย่อม หินอาจเป็นวัสดุสำคัญที่ใช้ในการก่อสร้างหรือแม้แต่เป็นองค์ประกอบในงานศิลปะและงานประดิษฐ์ โดยส่วนใหญ่หินสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ หินธรรมชาติและหินสังเคราะห์ ทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกัน ดังนี้:
ความแตกต่างระหว่างหินธรรมชาติและหินสังเคราะห์
หินธรรมชาติ: หินธรรมชาติเกิดขึ้นธรรมชาติด้วยกระบวนการทางธรรมชาติ ตัวอย่างเช่นหินแกรนิต, หินหลอม, หินเชิงแกรนิต, หินทราย ที่เกิดจากการแข็งตัวของแม็กม่าใต้พื้นดิน ซึ่งหินธรรมชาติมักมีความแข็งแกร่งและความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกัน
ข้อดี:
-มีความเป็นธรรมชาติและมีความเป็นสีสันทางธรรมชาติที่สวยงามและจะมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์
-มีความแข็งแกร่งและทนทานต่อการกัดกร่อนจากสภาวะแวดล้อม
-สามารถเพิ่มมูลค่าของบ้านหรือที่อยู่อาศัย
ข้อเสีย:
-การทำเทคนิคตัดเจาะหินธรรมชาติอาจเป็นกระบวนการที่มีความยากและต้นทุนสูง
-จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญทำการคัดเลือกคุณภาพของหินและออกแบบอย่างละเอียด
หินสังเคราะห์: หินสังเคราะห์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยี ซึ่งจะมีกรรมวิธีการผลิตหลากหลายเช่น นกระเบื้องหรือหินอะคริลิค หรือหินที่ใช้การเผา (Sintered stone) และจะทำให้คุณสมบัติของหินนั้นแตกต่างกันออกไปอีกด้วย
ข้อดี:
-สามารถปรับแต่งคุณสมบัติต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ
-มีความหลากหลายในสีและลายตามการผลิต
-มีราคาที่เข้าถึงง่ายและกระบวนการติดตั้งที่ง่ายกว่า -มีความทนทานต่อสภาพอากาศและความร้อน
-สามารถเลือกผิวสัมผัสได้หลากหลาย
-น้ำหนักเบา สามารถตกปต่งได้หลายหลาย ไม่มีผลต่อโครงสร้าง
ข้อเสีย:
-มีความเป็นเอกลักษณ์จากลวดลายของหินน้อยกว่า
-คุณภาพของหินสังเคราะห์จะแตกต่างกันตามกรรมวิธีการผลิต
บทความจากRICA STONE & MARBLE